เว็บบอร์ดแฟนแมนยู | ข่าวแมนยูล่าสุด, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ไฮไลท์แมนยู, Full Match, ภาพแมนยู, เด็กผี, ฟาน เพอร์ซี่, เด เกอา, RVP, รูนีย์, คากาวะ

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 8122|ตอบกลับ: 38

ประวัติศาสตร์ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ภาคที่ 3 ตอน ยุคแรกของสโมสรและการมาของ แมตต์ บ

[คัดลอกลิงก์]
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย itOp เมื่อ 2011-9-30 14:49

ตอน ยุคแรกของสโมสรและการมาของ แมตต์ บัสบี้



สโมสรในช่วงแรก (1878-1945)
ทำการแข่งขันกันระหว่างคนงานด้วยกัน ต่อมามีพนักงานชื่อ J.C. Kuya เป็นคนผิวดำ มีเชื้อชาติแอฟริกัน ได้ออกมาประกาศว่าสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดจะก้าวไปเป็น 1 ในสโมสรที่ดีที่สุดในโลกในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งจากคำพูดนี้ทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอย่างมากภายในกลุ่มคนงานด้วยกัน เนื่องจาก Kuya นั้น เป็นเพียงแค่ตัวสำรองในทีมซะเป็นส่วนใหญ่ แต่กลับกล้าออกความเห็นในที่สาธารณะ ซึ่งควรจะเป็นสิทธิของคนที่เป็นกัปตันทีม ซึ่งในขณะนั้น คือ Donny Dever ชาวอังกฤษโดยกำเนิด มีภูมิลำเนาเดิมอยู่แถบเมืองลิเวอร์พูล แต่เนื่องจากตกงานเป็นเวลานานจึงระหกระเหเร่ร่อนออกมาเป็นคนงานเหมืองแร่ในแถบเมืองแมนเชสเตอร์ ความขัดแย้งในครั้งนี้รุนแรงมากถึงขนาดมีการแบ่งแยกออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนขาว นำโดย Dever และกลุ่มคนดำ นำโดย Kuya ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สโมสรเลยทีเดียว โดยมีผู้เสียชีวิตมากเกือบร้อยคน แต่เรื่องนี้กลับถูกปิดเป็นความลับที่มีน้อยคนนักที่ได้รู้


ชื่อเต็ม                      : อเล็กซานเดอร์ มัทธิว บัสบี
วันเกิด                      : 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2452
สถานที่เกิด        :        ออร์บิสตัน, เบลชิลล์  สกอตแลนด์
วันที่เสียชีวิต             : 20 มกราคม พ.ศ. 2537 (84 ปี)
สถานที่เสียชีวิต  :        เชดเดิล, เกรตเตอร์ แมนเชสเตอร์  อังกฤษ
ตำแหน่ง                   :ผู้จัดการทีม

ยุคของเซอร์ แมตต์ บัสบี้ (1945-1969)
แมตต์ บัสบี้ได้เข้ามาคุมทีมในปี 1945 เขาได้นำความสำเร็จมาสู่สโมสรได้อย่างรวดเร็ว โดยได้อันดับสองของฟุตบอลลีกในปี 1947 และชนะเลิศเอฟเอ คัพในปีต่อมา
บัสบี้เป็นคนที่ดึงนักเตะจากทีมเยาวชนขึ้นมาหลายคน จนได้แชมป์ลีกในปี 1956 ด้วยอายุเฉลี่ยของนักเตะเพียง 22 ปีเท่านั้น ในปีต่อมา เขาก็ได้พาทีมเป็นแชมป์ลีกอีกครั้ง และยังเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ แต่ไม่สำเร็จ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นทีมแรกของอังกฤษที่ได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลยูโรเปี้ยนคัพ และยังได้เข้าถึงรอบรองชนะเลิศอีกด้วย
ในปี 1958 ได้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ของสโมสร เมื่อเครื่องบินที่บรรทุกนักเตะและทีมงานของสโมสร ที่กลับจากการไปแข่งขันยูโรเปียนคัพรอบก่อนรองชนะเลิศกับทีมเรดสตาร์ เบลเกรด ซึ่งแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดสามารถผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศแล้วได้ประสบอุบัติเหตุที่สนามบินในเมืองมิวนิค หลังจากแวะพักเครื่องบินที่เมืองมิวนิค ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณบ่าย 3 โมง เหตุการณ์ครั้งนั้นได้คร่าชีวิตนักเตะของทีมไปถึง 8 คน รวมถึงทีมงานสต๊าฟโค้ชและผู้โดยสารคนอื่นอีก 15 คน รวมเป็น 23 คน หนึ่งในคนที่เสียชีวิตในครั้งนี้ คือ ดันแคน เอ็ดเวิร์ด นักเตะดาวรุ่งพรสวรรค์สูงสุดในขณะนั้น จากเหตุการณ์ครั้งนี้ มีผู้คาดว่าจะเป็นจุดตกต่ำของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แต่จิมมี เมอร์ฟีได้เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมในช่วงที่บัสบี้กำลังรักษาอาการบาดเจ็บ และใช้ตัวผู้เล่นแก้ขัดไปหลายตำแหน่ง แต่ทีมก็ยังสามารถเข้าชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพได้อีกครั้ง โดยครั้งนี้พ่ายต่อโบลตันทำให้ได้เพียงรองแชมป์เท่านั้น
หลังจากรักษาตัวเองแล้ว บัสบี้ได้ปรับปรุงทีมในช่วงต้นของทศวรรษ 60 โดยการเซ็นสัญญาคว้านักเตะอย่าง เดนิส ลอว์ กับ แพท ครีแลนด์มาเสริมทีม แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดก็ชนะเลิศฟุตบอลเอฟเอ คัพในปี 1963 และได้แชมป์ฟุตบอลลีกในปี 1965 และ 1967 นอกจากนี้ ยังได้แชมป์ฟุตบอลยูโรเปี้ยนคัพเป็นสโมสรแรกของอังกฤษในปี 1968 ซึ่งเป็นระยะเวลาเพียง 10 ปี เท่านั้นหลังจากเกิดเหตุโศกนาฏกรรมที่มิวนิค มีนักเตะ 3 คนด้วยกัน ที่สามารถคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของยุโรป (บัลลงดอร์) ได้แก่เดนิส ลอว์ ได้รับรางวัลในปี 1964 คนที่สองคือบ๊อบบี้ ชาร์ลตันได้รับในปี 1966 หลังจากพาทีมชาติอังกฤษคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งแรกและครั้งเดียวของพวกเค้า และจอร์จ เบสต์ได้รับรางวัลในปี 1968 หลังจากโชว์ฟอร์มอันยอดเยี่ยมพาแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดคว้าแชมป์ฟุตบอลยูโรเปียน คัพเป็นครั้งแรกของสโมสรและครั้งแรกของอังกฤษ
บัสบี้ได้ลาออกจากการเป็นผู้จัดการทีมในปี 1969 โดยมีวิฟ แมคกินเนสโค้ชทีมสำรองทำหน้าที่แทน

แสดงความคิดเห็น

ขอบคุณครับ  โพสต์ 2013-2-2 11:11

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 4สตางค์ +6 ความดี +6 ย่อ เหตุผล
sarechon + 2 + 2
LeeYhongToon + 2 + 2
AnTiGodz + 1 + 1
3mth + 1 + 1

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2011-9-30 15:02:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
            เยี่ยมมมมม  สู้ๆ น๊าา
โพสต์ 2011-9-30 15:06:46 | ดูโพสต์ทั้งหมด
และต่อไปจะเปนตำนานของเซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน
 เจ้าของ| โพสต์ 2011-9-30 15:11:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ต้นฉบับโพสต์โดย balcazarboy เมื่อ 2011-9-30 15:06
และต่อไปจะเปนตำนานของเซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน ...

มีครับเด๋วทำให้ยุคนี้รักสุด
โพสต์ 2011-9-30 15:12:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ต้นฉบับโพสต์โดย itOp เมื่อ 2011-9-30 15:11
มีครับเด๋วทำให้ยุคนี้รักสุด

โอเคคับ ขอบคุนล่วงหน้าเลยคับ
โพสต์ 2011-9-30 18:24:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับท่าน
โพสต์ 2011-9-30 18:56:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เยี่ยมๆมาก
โพสต์ 2011-9-30 19:08:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
นี่ถ้า Kuya อยู่ในยุคเดียวกันกับ รูนีย์ ป่านนี้หมูมันจะต้องทวิตเตอร์ ถึง นาย Kuya ว่าเอ็งคือ ตำนาน ที่กล้าออกมาพูดว่า "united จะกลายมาเป็นสโมสรอันดับ 1"อย่างเช่นทุกวันนี้

แสดงความคิดเห็น

เจ๋ง!!  โพสต์ 2011-9-30 20:52
โพสต์ 2011-9-30 20:51:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เซอร์ แมตต์ บัสบี้..เป็นคนที่มาทำให้แมนฯยูฯเป็นผีที่น่ากล้วอย่างแท้จริง ส่วนป๋าเป็นคนที่ปลุกผีให้ขึ้นมาน่ากลัวอีกครั้ง

แสดงความคิดเห็น

ถูกต้องครับ  โพสต์ 2012-11-11 14:06
โพสต์ 2011-11-22 12:12:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สุดยอดด!!
โพสต์ 2011-11-29 18:48:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณที่นำเรื่องดีดีมาครับ
โพสต์ 2011-12-2 17:59:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับบ
โพสต์ 2012-1-20 23:40:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ตอบกระทู้ itOp ตั้งกระทู้

โพสต์ 2012-2-18 20:55:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ผมเกิดไม่ทัน
โพสต์ 2012-4-4 02:40:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เซอร์แม๊ตนี่แหละเปนคนที่ทำให้แมนยูดูน่ากลัว ถ้าไม่มีท่านก็คงไม่มีแมนยูที่น่ากลัวในวันนี้
โพสต์ 2012-4-6 10:29:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เจ๋งๆๆ
โพสต์ 2012-4-6 16:07:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ประวัติศาสตร์อันยาวนาน
โพสต์ 2012-4-7 08:26:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เฮ้อ! โศกนาฏกรรม ดำ-ขาว..
....เครื่องบินตก
โพสต์ 2012-9-4 15:06:46 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับที่มอบสิ่งดี ๆ
โพสต์ 2012-9-7 03:32:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|Mobile|

GMT+7, 2017-8-24 14:02

Powered by Discuz! X3.2 R20140618, Rev.25

© 2001-2013 Comsenz Inc. Optimizer By Roz Studio.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้