เว็บบอร์ดแฟนแมนยู | ข่าวแมนยูล่าสุด, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ไฮไลท์แมนยู, Full Match, ภาพแมนยู, เด็กผี, ฟาน เพอร์ซี่, เด เกอา, RVP, รูนีย์, คากาวะ

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 19177|ตอบกลับ: 53

[ประวัติผู้รักษาประตู] ฟาเบียง บาร์กเตซ Fabien Barthez

[คัดลอกลิงก์]
[ประวัติผู้รักษาประตู] ฟาเบียง บาร์กเตซ  Fabien Barthez

Fabien_Barthez_1812681i.jpg

ชื่อเต็ม Fabien Alain Barthez
ตำแหน่ง ผู้รักษาประตู
สถานที่เกิด:ลาเวลลาเน็ต
ทีมชาติ:ฝรั่งเศส
วันเกิด:28 มิถุนายน 1971
อายุ:41
                  
อาชีพกับแมนฯยูไนเต็ด
จำนวนฤดูกาล:        3
จำนวนนัด:139
ประตู:0
ประตูต่อเกม:0.00
นัดแรก:        13 สิงหาคม 2000, อายุ 29
นัดสุดท้าย:23 เมษายน 2003,อายุ 32
จำนวนปี:2.7 ปี


ฟาเบียง บาร์กเตซเป็นอดีตผู้รักษาประตูฟุตบอลชาวฝรั่งเศสซึ่งได้รับรางวัลเกียรติยศติดตัวกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและทีมชาติฝรั่งเศส ด้วยการที่เขาอยู่ในทีมชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1998 และยูโร 2000 และเข้าถึงรอบชิงฟุตบอลโลก 2006 โดยเขาครองสถิติร่วมกับปีเตอร์ ชิลตันในการเก็บคลีนชีตมากที่สุดในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่จำนวน 10 นัด ในระดับสโมสรเขาคว้าแชมป์แชมป์เปี้ยนลีกเช่นเดียวกันกับแชมป์ดิวิชั่น 1 หลายสมัยและพรีเมียร์ลีก

อาชีพกับสโมสร

มาร์กเซย์
บาร์กเตซลงเล่นนัดแรกในดิวิชั่น 1 ให้กับสโมสรตูลูสในเกมเจอกับนองซี่ เขาย้ายมามาร์กเซย์ในปี 1992 และคว้าแชมป์เฟร้นซ์แชมป์เปี้ยนชิพและแชมป์เปี้ยนลีกในปลายฤดูกาลแรกกับมาร์กเซย์ ชัยชนะปี 1993 ทำให้ตัวเขากลายเป็นผู้รักษาประตูที่อายุน้อยที่สุดที่คว้าแชมป์แชมป์เปี้ยนลีกได้จนกระทั่งอิเคร์ คาซิยาสทำได้ในปี 2000 ปีต่อมา(1994) มาร์กเซย์โดนปรับตกชั้นเนื่องจากล้มละลายทางการเงิน เขาลงเล่นให้สโมสรในดิวิชั่น 2 ในฤดูกาล 1994-95 แม้ว่าจะมีข้อเสนอจากสโมสรยักษ์ใหญ่ฝรั่งเศสหลายทีม

เอเอส โมนาโก
ในปี 1995 บาร์กเตซย้ายไปอยู่เอเอส โมนาโกและได้แชมป์ดิวิชั่น 1 ในปี 1997 และ 2000

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
สืบเนื่องจากความสำเร็จในฟุตบอลโลกและยูโร เขาตกเป็นที่สนใจจากเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันผู้จัดการทีมของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดซึ่งขณะนั้นกำลังหาผู้รักษาประตูฝีมือดีมาแทนที่จากจากไปของปีเตอร์ ชไมเคิ่ลซึ่งเฟอร์กูสันไม่คิดว่ามาร์ค บอสนิช ผู้รักษาประตูที่ใช้ในปีก่อนจะสามารถแทนที่ได้ในระยะยาว บาร์กเตซย้ายมาแมนฯยูไนเต็ดด้วยค่าตัว 7.8 ล้านปอนด์ในปี 2000 เขาได้เล่นร่วมกับโลรองต์ บลองก์เพื่อนร่วมทีมชาติในเวลาต่อมาซึ่งบลองก์ย้ายมาในปี 2001

บาร์กเตซเริ่มต้นได้ดีกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฤดูกาลแรกของเขาประสบความสำเร็จ บาร์กเตซโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมตลอดฤดูกาลและเป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอล แฟนๆรักพฤติกรรมแปลกๆของเขาในการเลี้ยงและเตะผ่านกองหน้าคู่ต่อสู้ และที่สำคัญมากที่สุดคือปฏิกิริยาเซฟที่น่าจดจำของเขา ซึ่งบ่อยครั้งเป็นเซฟสำคัญที่ช่วยให้แมนฯยูไนเต็ดรอดจากความพ่ายแพ้หรือเสียแต้มสำคัญ และก็ช่วยให้แมนฯยูไนเต็ดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2000-2001 เป็นการคว้าแชมป์สามสมัยติดต่อกัน  เหตุการณ์น่าจดจำเกิดขึ้นเมื่อตอนเจอกับลีดส์ ยูไนเต็ดในเดือนมีนาคม 2001 บาร์กเตซเตะนอกเกมไปที่เท้าของเอียน ฮาร์ต ล้มลงแถวระยะ 6 หลา และกรรมการเป่าให้เป็นลูกจุดโทษ ฮาร์ตลุกขึ้นมายิงแต่บาร์กเตซก็พุ่งเซฟได้



ความผิดพลาดเดียวในฤดูกาลแรกคือการที่เขาปล่อยให้เปาโล ดินานิโอของเวสต์แฮมยิงง่ายๆในเกมเอฟเอ คัพรอบสี่ ดิคานิโอหลุดกำดับล้ำหน้าในขณะที่บาร์กเตซมัวแต่ยืนยกมือประท้วงโดยเขาคิดว่ากรรมการจะเป่านกหวีดเป็นลูกล้ำหน้าและเป็นเพียงประตูเดียวในเกมนั้น



ฤดูกาล 2001-02 แบ่งแยกเป็นสองส่วน ครึ่งฤดูกาลแรกเป็นฝันร้ายสำหรับเขา นักเตะเฟร้นซ์แมนดูเหมือนจะเล่นเสี่ยงนอกเขตโทษโดยไม่จำเป็นบ่อยครั้งและการเล่นที่ตลกๆของเขาก็นำมาซึ่งการเสียประตูให้กับคู่แข่ง เขาก่อความผิดพลาด 2 ประตูในเกมในบ้านที่พ่ายเดปอร์ติโว ลาคอรุนญาในเดืือนตุลาคม 2001 อีกสองความผิดพลาดเกิดขึ้นในเกมที่เจออาร์เซน่อลในเดือนต่อมาซึ่งสร้างความกดันให้บาร์กเตซเป็นอย่างมาก การเล่นของเขาถูกนักวิจารณ์ตำหนิและเตือนให้ลดลงบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันยังเชื่อมั่นในตัวเขา ดังนั้นในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง บาร์กเตซปรับปรุงกู้ชื่อเสียงคืนมา ด้วยฟอร์มการเล่นที่ดีอีกครั้งและช่วยเซฟสวยๆไปหลายครั้ง

เขายังเล่นเกมจิตวิทยาก่อนที่ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามจะยิงลูก ณ จุดโทษอีกด้วย ครั้งแรกเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2001 ในการมาเยือนของเลสเตอร์ ซิตี้ที่โอลแทรฟฟอร์ด ในขณะมัซซี อิซเซ็ตเตรียมที่จะยิงจุดโทษ บาร์เตซไปยืนนอกปากประตูและยืนพิงเสา อิซเซ็ตคอยจนเหนื่อยแล้วก็จัดการยิงเข้าไปสู่ก้นตาข่าย แต่กรรมการให้เขายิงใหม่อีกครั้ง คราวนี้บาร์กเตซกลับเข้ามายืนในประตู อิซเซ็ตยิงไปทางเดิมแต่บาร์กเตซพุ่งไปถูกทางเซฟไว้ได้  เหตุการณ์ครั้งต่อมาเกิดในอีกไม่ถึงปีในเดือนตุลาคม 2002 เมื่อบาร์กเตซไม่พอใจที่กรรมการมอบจุดโทษให้ฟูแล่ม และเขาจึงยืนที่เสาประตู ปฏิเสธที่จะยืนในประตู คราวนี้เขาโดนใบเหลือง และต่อมาก็ยอมเข้ามายืนหน้าประตูและก็ได้ผลอีกครั้งโดยเขาเซฟลูกยิงของสตีด มาลบรองก์ได้



ฤดูกาล 2002-2003 เป็นอีกปีที่จบลงด้วยแชมป์สำหรับปิศาจแดง ฤดูกาลนี้ผสมทั้งดีและไม่ดีสำหรับบาร์กเตซ ไฮไลต์ที่ดีคือการเซฟลูกยิงพุ่งของดีตมาร์ ฮามันท์จากระยะ 30 หลาที่แอนฟิลด์ได้อย่างน่าเหลือเชื่อซึ่งช่วยให้แมนฯยูไนเต็ดครองชัย 2-1 ได้



แต่ในอีกหลายๆเกมเขาปล่อยให้ลูกยิงที่ไม่น่าจะได้ผ่านเขาเข้าไปได้ บาร์กเตซถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในการตกรอบของปิศาจแดงที่พ่ายรีล มาดริดในแชมป์เปี้ยนลีก โดยเฉพาะลูกเปิดเกมของโรนัลโด้ และมันก็เป็นฟางเส้นสุดท้ายซึ่งเซอร์ อเล็กซ์คงหมดความอดทน บาร์กเตซโดนดร็อปในสามเกมสุดท้ายที่เหลือด้วยการให้รอย คาร์โรลล์ทำหน้าที่แทน

กลับไปมาร์กเซย์

ในเดือนตุลาคม 2003 หลังจากทิม ฮาวเวิร์ด นักเตะใหม่ชาวอเมริกันย้ายเข้ามารับงานมือหนึ่งไปจากบาร์กเตซ แมนฯยูไนเต็ดก็ตกลงยกเลิกสัญญาบาร์กเตซออกไปหลังจากฤดูกาล 2003-2004 และยังตกลงให้มาร์กเซย์ยืมตัวนับตั้งแต่เดือนตุลาคมก่อนที่จะได้ย้ายตัวในตลาดซื้อขายเดือนมกราคม  มาร์กเซย์และบาร์กเตซตกลงสัญญา 2 ปีครึ่งซึ่งทำให้เขาจะอยู่กับสโมสรไปจนถึงช่วงฤดูไบไม้ผลิปี 2006

บาร์กเตซมีส่วนเกี่ยวข้องในความขัดแย้งในเกมกระชับมิตรระหว่างโอเอ็มและโมรอกโกในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2005 ซึ่งเกมการแข่งขันเข้าสู่ 10 นาทีสุดท้าย นักเตะโอเอ็มถูกไล่ออกและก็เกิดความชุลมุนกันระหว่างนักเตะในสนาม มีรายงานว่าบาร์กเตซถ่มน้ำลายใส่กรรมการด้วย ในวันที่ 21 เมษายน บาร์กเตซถูกเรียกไปฟังคำตัดสินจากคณะกรรมการวินัยของสมาพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส และสุดท้ายก็โดนลงดาบแบน 6 เดือน

ประกาศรีไทร์
ในวันที่ 8 สิงหาคม 2006 บาร์เตซประกาศว่าเขายังจะเล่นฟุตบอลอาชีพได้อีก 2 ปี ซึ่งเขาหวังที่จะลงเล่นให้ทีมชาติฝรั่งเศสต่อไป เขามีความคิดที่จะกลับไปเล่นให้กับตูลูส สโมสรแรกที่เขาเล่น ซึ่งเป็นที่ที่อยู่ใกล้พอที่เขาจะดูแลแม่ที่ป่วยได้ แต่เขาก็กล่าวว่าหากไม่มีสโมสรภายในวันที่ 31 สิงหาคมเขาก็จะไม่ขอเล่นฟุตบอลต่อ ในเดือนตุลาคม 2006 เขาก็คอนเฟิร์มว่ารีไทร์จากฟุตบอลหลังจากล้มเหลวในการตกลงสัญญากลับไปเล่นให้ตูลูส บาร์กเตซให้ความเห็นว่า  “สโมสรเดียวที่ผมต้องการจะไปไม่แฮปปี้ที่จะมีผม มันเกิดขึ้นและคุณต้องอยู่กับมันให้ได้”


การคัมแบ็ค
ในวันที่ 17 ธันวาคม 2006 บาร์กเตซประกาศกลับมาเล่นฟุตบอลอีกครั้งโดยเซ็นสัญญากับเอฟซี นองเตส ทีมดิวิชั่น 1 ฝรั่งเศส ซึ่งกำลังขาดผู้รักษาประตูที่มีประสบการณ์หลังจากมกาเอล แลนดรัวย้ายไปปารีส แซงต์แชกแมงต์ในช่วงซัมเมอร์ก่อน ขณะที่ผู้รักษาประตูชาวเซิร์บ วลาดิเมียร์ สโตโควิชที่มาแทนนั้นโชว์ฟอร์มได้น่าผิดหวังและย้ายออกไป

29 เมษายน รู้ดี้ ประธานสโมสรนองเตสประกาศว่าหลังจากที่มีการทะเลาะกับแฟนบอลคนนึงของนองเตส บาร์กเตซได้ออกไปจากเมืองกับครอบครัว วันต่อมา บาร์กเตซยืนยันว่าเขาถอนตัวออกมาจากทีมและสโมสรก็ยุติสัญญา บาร์กเตซปฏิเสธว่าเขาเตรียมจะรีไทร์ และในบทความนึงในหนังสือพิมพ์ French daily L'Équipe เขากล่าวว่ากำลังมองหาสัญญาใหม่อย่างน้อยอีก 2 ปี นับแต่นั้นบาร์กเตซตกเป็นข่าวกับสโมสรหลากหลายทีมแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นและเขาก็ไม่กลับมาลงเล่นฟุตบอลอาชีพอีกเลย


ระดับทีมชาติ
ช่วงต้น
วันที่ 26 พฤาภาคม 1994 เขาลงเล่นนัดแรกให้ฝรั่งเศสในเกมพบกับออสเตรเลีย ถึงแม้ว่าเขาเป็นตัวสำรองในยูโร 1996 ซึ่งฝรั่งเศสเข้ารอบรองชนะเลิศ แต่ภายหลังต่อมาเขาได้รับตำแหน่งมือหนึ่งช่วงสั้นๆและก็ไม่ยอมเสียตำแหน่งอีกเลยเป็นเวลาหนึ่งทศวรรษ


ฟร้องซ์ 98
ในศึกฟุตบอลโลก 1998ซึ่งฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ บาร์กเตซเสียเพียง 2 ประตูใน 7 เกมและคว้ารางวัลยาชินในฐานะผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดของทัวร์นาเมนต์ บาร์กเตซยังสร้างชื่อเป็นที่รู้กันดีระหว่างการแข่งขันที่จะมีพิธีที่โลรองต์ บลองก์จะจูบศรีษะของเขาก่อนเกมทุกๆเกม  บาร์กเตซเป็นส่วนสำคัญในชัยชนะของทีมชาติให้คว้าแชมป์เวิล์ดคัพครั้งนั้น

ยูโร 2000
2 ปีต่อมา บาร์กเตซได้สตาร์ตอีกครั้งซึ่งทีมประเทศของเขาคว้าแชมป์ยูโร 2000 เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีที่ทีมชาติได้แชมป์ฟุตบอลโลกและยูโรติดกัน

ฟุตบอลโลก 2002 และยูโร 2004
เขาเล่นให้ฝรั่งเศสอีกครั้งในปี 2002 ซึ่งตกรอบแรกโดยไม่ชนะและทำประตูได้เลย เขายังออกสตาร์ตในยูโร 2004 เซฟจุดโทษเดวิด แบ็คแฮ่มได้แต่ทีมตราไก่ตกรอบควอเตอร์ไฟน่อลโดยแพ้ทีมแชมป์กรีซ

ฟุตบอลโลก 2006
เขาได้เป็นตัวจริงในฟุตบอลโลก 2006 ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้หลายคน เพราะฟอร์มของแกกอรี่ คูเปต์ทำได้เด่นในเกมที่เหลือของรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกหลังการโดนแบนของบาร์กเตซ และทำให้กูเปต์วอกเอาต์ออกจากทีมชาติก่อนทัร์นาเมนต์ถึงแม้เขาจะกลับมาในวันต่อมา ทีมฝรั่งเศสของบาร์กเตซเข้าถึงรอบชิงแต่พ่ายแพ้ให้กับทีมอิตาลี่

Naituatom@fanmanutd.com

แสดงความคิดเห็น

ขอบคุณครับ  โพสต์ 2013-2-2 11:16
ขอบคุณมากครับ  โพสต์ 2013-1-5 21:39
ขอบคุณครับ  โพสต์ 2012-10-28 09:19
 เจ้าของ| โพสต์ 2012-10-27 20:40:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เฟอะฟะสไตล์นะครับ แหม่
โพสต์ 2012-10-27 21:03:21 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แรกๆฟอร์มแหล่ม..หลังๆไปเป็นชาวประมงซะงั้น

แสดงความคิดเห็น

ช่ายครับ เก่งแต่เฟอะเฟะ  โพสต์ 2012-10-31 11:15
555+  โพสต์ 2012-10-28 09:20
555+  โพสต์ 2012-10-27 21:28
ช่ายเลยครับ  โพสต์ 2012-10-27 21:14
โพสต์ 2012-10-27 21:46:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณมากคับท่าน
โพสต์ 2012-10-27 22:04:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณมากฮะ
โพสต์ 2012-10-27 22:27:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โพสต์ 2012-10-27 22:31:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เป็นผู้รักษาประตูที่ไม่ค่อยอยากจำเท่าไหร่
โพสต์ 2012-10-27 23:15:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สร้างสีสันได้เยอะนะครับคนนี้
โพสต์ 2012-10-27 23:54:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ฟอร์ม ดี แรก ๆ หลังๆ ยังไม่ค่อย จะมี สโมสร ไหน มาเอา ตัวซะงัน
โพสต์ 2012-10-28 01:51:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณมากคับท่าน
โพสต์ 2012-10-28 03:57:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด
   
โพสต์ 2012-10-28 07:46:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับท่าน
โพสต์ 2012-10-28 08:27:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ
โพสต์ 2012-10-28 09:15:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ปล่อยให้ไอ้แหนมยิงซะงั้น
โพสต์ 2012-10-28 09:20:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โพสต์ 2012-10-28 13:19:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับท่าน
โพสต์ 2012-10-28 14:35:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
คนนี้เก๋าจริงๆๆๆๆๆอะ
ดูจากคลิปแรกอะ
โพสต์ 2012-10-28 15:54:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณค้าบบบ
โพสต์ 2012-10-28 16:15:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เป็นโกล์ที่หวือหวามากคนนึงเลย เคยชอบช่วงแรกๆ หลังๆนี้หาปลาบ่อยเกิน โดยเฉพาะลูกที่จ่ายให้ Henry เลี้ยงมายิงหน้าตาเฉย
โพสต์ 2012-10-28 17:44:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โกล ที่ผมชอบรองจาก ชไมเคิล
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|Mobile|

GMT+7, 2017-12-12 17:02

Powered by Discuz! X3.2 R20140618, Rev.25

© 2001-2013 Comsenz Inc. Optimizer By Roz Studio.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้