เว็บบอร์ดแฟนแมนยู | ข่าวแมนยูล่าสุด, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ไฮไลท์แมนยู, Full Match, ภาพแมนยู, เด็กผี, ฟาน เพอร์ซี่, เด เกอา, RVP, รูนีย์, คากาวะ

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 2754|ตอบกลับ: 0

[EXCLUSIVE] วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ: เส้นทางค้าแข้งก่อนจะมีวันนี้

[คัดลอกลิงก์]

[EXCLUSIVE] วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ: เส้นทางค้าแข้งก่อนจะมีวันนี้

395DE466D77E4BC1B7CD202E034BE5B0.jpg

การรับมือกับความกดดันมหาศาล ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ กองหลังคนใหม่ล่าสุดของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่อย่างใด เมื่อเขาพิสูจน์ให้เราเห็นมาแล้ว ในตอนที่เขาเดินถือลูกบอลไปวางที่จุดโทษ ในนัดชิงชนะเลิศศึกยูโร รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี เมื่อปี 2015 ...


เชื่อเหลือเกินว่า ลินเดอเลิฟ ต้องพบกับความตึงเครียดชนิดที่เขาไม่เคยผ่านมาก่อน เมื่อเขาได้รับเลือกเป็นหนึ่งในมือสังหารจุดโทษ ในการดวลจุดโทษชี้ชะตารอบชิงชนะเลิศ เมื่อทีมชาติสวีเดนของเขา ทำได้แค่เสมอกับทีมชาติโปรตุเกส 0-0 หลังจบ 120 นาที


ผลการดวลจุดโทษในตอนนั้นเสมอกันอยู่ที่ 3-3 แต่ ลินเดอเลิฟ ก็ทำหน้าที่ของเขาอย่างเยือกเย็น และยิงผ่านมือ โชเซ่ ซา ให้ทีมขึ้นนำได้สำเร็จ ก่อนที่ วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่ มือสังหารคนถัดมาของโปรตุเกส จะยิงติดเซฟ ส่งผลให้ทีมชาติสวีเดนคว้าแชมป์ทัวร์นาเมนท์ดังกล่าวได้ในที่สุด





ลินเดอเลิฟ นั้นถูกเรียกติดทีมในช่วงท้ายก่อนที่การทัวร์นาเมนท์จะเริ่ม ทั้งยังถูกเรียกขึ้นมาในฐานะแบ็คขวาด้วยซ้ำ แต่เขากลับลงเอยด้วยการติดทีมยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนท์ ซึ่งนั่นก็ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริงในทีมเบนฟิก้า และได้สั่งสมประสบการณ์ทั้งในการเล่นลีกสูงสุด และการลงเล่นในแชมเปียนส์ลีกจากนั้นเป็นต้นมา


'ดิ ไอซ์แมน' เริ่มต้นสร้างชื่อกับทีมวาสเทราส โดยเขาลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ตั้งแต่อายุเพียง 16 ปี และก็มีส่วนช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นได้สำเร็จ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจย้ายทีม เมื่อได้รับข้อเสนอจากเบนฟิก้าในปี 2012 แต่ด้วยวัยเพียง 17 ปี ลินเดอเลิฟ จึงถูกส่งไปเล่นในทีมชุด B ของเบนฟิก้า และเขาก็ลงเล่นไปถึง 40 เกมในลีกสำรองในฐานะแบ็คขวา


เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว ลินเดอเลิฟ เกือบได้ย้ายมาร่วมทีมมิดเดิลสโบรห์แบบยืมตัวแล้ว แต่กลับกลายเป็นว่า เขาได้พัฒนาตัวเองขึ้นมาจนกลายเป็นกำลังหลักในแนวรับของเบนฟิก้า รวมถึงกลายเป็นหนึ่งในกองหลังที่น่าจับตามองที่สุดในยุโรป จนทำให้ทีมชาติสวีเดนต้องเรียกใช้บริการจากเขา ซึ่งเขาก็ทำประตูแรกในนามทีมชาติได้ในเกมที่พบกับทีมชาติบัลแกเรียในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว และแม้ว่าหน้าที่หลักของเขาคือการเล่นเกมรับ แต่หลายๆคนต่างพากันชื่นชมลูกฟรีคิกสุดสำคัญที่เขายิงให้ทีมตีเสมอ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา





เราสามารถพูดได้ว่า การคว้าแชมป์กลายเป็นนิสัยของเขาไปเสียแล้ว เมื่อกองหลังดาวรุ่งคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของโปรตุเกสไปแล้วถึง 3 สมัย รวมถึงแชมป์โปรตุกีสคัพ 2 สมัย, ลีกคัพ 1 สมัย และซูเปอร์คัพอีก 1 สมัย แน่นอนว่านี่เรายังไม่ได้รวมแชมป์ยูโร รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีกับทีมชาติสวีเดนด้วยนะ


ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เคยให้สัมภาษณ์ถึงความเป็นผู้นำของกองหลังรุ่นน้องคนนี้ เมื่อช่วงคริสมาสปีที่แล้วว่า "เขากำลังเติบโต และเริ่มที่จะต้องแบกรับภาระที่หนักขึ้นกับทีมชาติของเราแล้ว"


สำหรับในตอนนี้ กองหลังวัยย่าง 23 ปี ก็มุ่งมั่นที่จะโฟกัสไปที่การปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ของเขากับยูไนเต็ด รวมถึงการได้เล่นร่วมกับ เอริค ไบญี่ กองหลังอนาคตไกลอีกคน ที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ซื้อมาร่วมทีมเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว และถ้าหากทั้ง 2 คนสามารถเล่นร่วมกันได้อย่างเข้าขา เชื่อว่าแฟนๆ 'ปีศาจแดง' ก็วางใจได้ว่า พวกเขาได้คู่เซ็นเตอร์แห่งอนาคตมาอยู่ในครอบครองแล้ว


แปลโดย KingCanto@fanmanutd.com
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|Mobile|

GMT+7, 2017-6-28 10:34

Powered by Discuz! X3.2 R20140618, Rev.25

© 2001-2013 Comsenz Inc. Optimizer By Roz Studio.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้