เว็บบอร์ดแฟนแมนยู | ข่าวแมนยูล่าสุด, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ไฮไลท์แมนยู, Full Match, ภาพแมนยู, เด็กผี, ฟาน เพอร์ซี่, เด เกอา, RVP, รูนีย์, คากาวะ

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 203|ตอบกลับ: 2

การเดินทางกลับจากนรก

[คัดลอกลิงก์]

                       
                                     
     ถ้าเป็นคนป่วยที่นอนพะงาบๆ จมูกบานเข้า-บานออก อยู่บนเตียงพยาบาลโดยมีท่านพญายมราชคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ตอนนี้อาการของ แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มกระเตื้องขึ้นตามลำดับ

                               
        กราฟแสดงสัญญาณการเต้นของหัวใหญ่เริ่มกระตุกด้วยอัตราความถี่ที่เร็วและแรงขึ้น เมื่อพลพรรคปีศาจแดงพุ่งเข้าชนและวิ่งเข้าใส่ชัยชนะ 2 นัดติดต่อกันแบบหืดขึ้นคอ หลังจากที่ทำได้แค่เสมอกับคู่แข่งมา 3 นัดติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก นอกจากนี้ยังเป็นอีกครั้งที่ชนะติดต่อกัน นับตั้งแต่กะซวกชัย 3 นัดรวดเมื่อตอนเปิดฤดูกาล

        ผ่านไป 16 นัด แมนฯ ยูไนเต็ด สะสมได้ 27 แต้ม อยู่บนอันดับ 6 ของตาราง ตามหลังทีมอันดับ 4 อย่าง แมนฯ ซิตี้ อยู่ 6 แต้ม ถือว่าพอมีลุ้นเล็กๆ

        ย้ำว่าแค่ลุ้นเล็กๆ พอนะครับ เพราะคู่แข่งที่พวกเขาตามตูดคือ แมนฯ ซิตี้ แถมลำพังตัวเองก็ยังเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้มาก - อาการอาจทรุดลงอีก...ก็...เป็น...ได้

        ว่าแล้วขออนุญาตนำผลงานไปเปรียบเทียบกับ 16 นัดแรกของ เดวิด มอยส์ และ หลุยส์ ฟาน กัล เพราะก่อนหน้านี้ แมนฯ ยูไนเต็ด จากภูมิปัญญาของ โชเซ่ มูรินโญ่ เคยถูกบรรดาสรรพสื่อในอังกฤษนำไปเปรียบเทียบว่าทำแต้มได้น้อยกว่า 2 อดีตกุนซือที่ถูกเนรเทศออกจากทีมเสียอีก

        16 นัดแรกของ เดวิด มอยส์ เมื่อฤดูกาล 2013-14 แมนฯ ยูไนเต็ด สะสมได้ 26 แต้ม

        16 นัดแรกของ หลุยส์ ฟาน กัล เมื่อฤดูกาล 2014-15 แมนฯ ยูไนเต็ด สะสมได้ 31 แต้ม

        อืมมมมมม...อย่างน้อยก็สะสมแต้มได้มากกว่า เดวิด มอยส์ แล้วนะครับ

        ทีนี้เห็นหรือยังว่ามันอยู่ที่คุณจะเอาช่วงเวลาไหนมาเปรียบเทียบ

        เพราะถ้าเอา 3 นัดแรกในการคุมทีมมาเปรียบเทียบ - โชเซ่ มูรินโญ่ ก็สะสมแต้มได้มากกว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กับ เซอร์ แมตต์ บัสบี้ เหมือนกันนั่นแหละ

        ของแบบนี้ก็ต้องดูกันยาวๆ จนกระทั่งจบฤดูกาล อย่าเพิ่งด่วนตัดสิน เพราะเส้นทางยังเหลืออีกยาวไกล

        ฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยุคปรับปรุงใหม่จากการทำงานของ "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" เปิดตัวได้ไฉไลเป็นบ้า - ชนะ 3 เกมติดต่อกันและขึ้นนำเป็นจ่าฝูง

        กระทั่งพ่ายแพ้ แมนฯ ซิตี้ แบบคาถิ่นในเกมที่ 4 ของซีซั่น

        นั่นคือจุดเริ่มต้นแห่งความบรรลัย เพราะนับแต่นั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ตุปัดตุเป๋ออกอ่าวออกทะเลแบบเป็นซีรีส์เลยทีเดียว

        ฟอร์มการเล่นก็กระท่อนกระแท่นแบบ 3 วันดี 4 วันไข้ ก่อนจะออกไปโดน เชลซี ถล่มจนจมธรณี เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม

        อาการของ แมนฯ ยูไนเต็ด ณ ขณะนั้นสามารถพากย์เป็นภาษาอังกฤษได้ว่า "เด๊ดห่า" แต่ความย่อยยับในการศึกครั้งนั้นกลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ปีศาจแดงเหมือนกลับชาติมาเกิดใหม่

        หลังจากแพ้ เชลซี ด้วยสกอร์ 4-0 ชาวโลกเริ่มสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของ แมนฯ ยูไนเต็ด

        เมื่อกุนซือจอมโอหังเริ่มปรับเปลี่ยนแนวทางของตัวเองให้มีความเป็นปีศาจแดงมากขึ้น นั่นคือการเน้นเกมรุกบุกกระหน่ำใส่คู่ต่อสู้มากกว่าเล่นแบบเน้นผลการแข่งขัน

        ฟอร์มการเล่นเปล่งปลั่งขึ้นตามลำดับ โดยมีสปีดความเร็วและมีทีมเวิร์กมากขึ้น

        ปัญหาคือมักจะไม่ได้ผลการแข่งขันที่ตัวเองต้องการ

        พูดง่ายๆ ว่าเล่นดีกว่า โชว์ฟอร์มเหนือกว่า แต่ดันไม่ชนะนั่นแหละ

        พวกเขาทำได้แค่เสมอกับ สโต๊ค ซิตี้ และ เบิร์นลี่ย์ ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ทั้งที่ควรจะเอาความยับเยินมามอบให้ทีมเยือน

        คะแนนมันก็เลยน้อยกว่าความน่าจะเป็น

        มิเท่านั้น

        แม้จะเล่นเกมรุกมากขึ้น แต่ โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ยังคงมีความเป็น โชเซ่ มูรินโญ่ อยู่วันยังค่ำ นั่นคือพอขึ้นนำแล้วมักจะถอยไปเล่นเกมรับ เพื่อรักษาสกอร์มากกว่าจะเอาประตูเพิ่ม แล้วดันเอาไม่อยู่...ซะอย่างนั้น

        เกมที่ถูก อาร์เซน่อล และ เอฟเวอร์ตัน ตีเสมอในช่วงท้ายเกมคือตัวอย่างแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัด

        แมนฯ ยูไนเต็ด เหมือนมีปัญหาในเกมรุก ประสิทธิภาพในการทะลวงตาข่ายไม่สมดุลการจังหวะและโอกาสในการเข้าทำ เมื่อฆ่าเขาไม่ตาย ตัวเองก็มักจะตายตอนจบเป็นประจำ

        นัดล่าสุดก็เกือบไปแล้วเช่นกัน พวกเขาบุกไปนำ คริสตัล พาเลซ ด้วยรูปเกมที่เหนือกว่าแบบเบ็ดเสร็จ แต่กลับถอนตีนออกจากคันเร่ง เพื่อตั้งรับอย่างรัดกุม แล้วก็เหมือนเดิม คือโดนตีเสมอ

        โชคยังดีที่พลิกสถานการณ์กลับมากะซวกชัยได้สำเร็จ

        สิ่งที่เห็นในเกมล่าสุดคือ "มูมู่" เริ่มค้นพบระบบการเล่นและผู้เล่นในแต่ละตำแหน่งที่เหมาะสมและลงตัวมากขึ้น

        ระบบการเล่นคือ 4-1-4-1 ที่ไม่มีตำแหน่งหมายเลข 10 แบบเป็นตัวเป็นตน เนื่องจากยังไม่มีใครเหมาะสมกับบทบาทนี้เลยสักตัว

        ไมเคิ่ล คาร์ริค คือตัวกวาดในแผงกองกลาง เขาจะยืนห้อยท้ายอยู่ข้างหลัง ปอล ป็อกบา กับ อันเดร์ เอร์เรร่า โดยยืนอยู่ข้างหน้าแผงแบ็กโฟร์

        สังเกตว่ามิดฟิลด์ตัวกลาง 3 คนเริ่มจะลงตัวแล้วนะครับ คือ ไมเคิ่ล คาร์ริค เป็นตัวรับขนาบด้วย ปอล ป็อกบา กับ อันเดร์ เอร์เรร่า

        เซ็นเตอร์แบ็กก็น่าจะค้นพบ "คู่" ที่เหมาะสมกันมากที่สุดแล้วเช่นกัน

        นั่นคือ ฟิล โจนส์ กับ มาร์กอส โรโฮ

        คาดว่าทั้งคู่น่าจะไปเยี่ยวรดจอมปลวกที่ไหนมาสักแห่งแล้วถูกผีเข้า!

        จากกองหลังที่ซุ่มซ่ามกลายเป็นกองหลังที่ดูดีมีชาติตระกูล เฉพาะอย่างยิ่ง มาร์กอส โรโฮ ที่ช่วงแรกแฟนผีเห็นชื่อบนม้านั่งสำรองยังเผลอสบถถึงขี้ในสำเนียงแมนคูเนี่ยนออกมาเลยครับคุณ

        ตอนนี้กลายเป็นคู่เซ็นเตอร์แบ็กที่แข็งแกร่ง ดุดัน และเด็ดขาด ไม่แสดงความผิดพลาดง่ายๆ ออกมาเหมือนในอดีต อันนี้คงต้องยกความดีความชอบให้เจ้าพ่อเกมรับอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ที่สามารถเสกให้ ฟิล โจนส์ กับ มาร์กอส โรโฮ กลายเป็นกองหลังระดับโลก อิอิอิ (ถุย!)

        ก่อนหน้านี้ เอริก ไบยี่ คือตัวเลือกอันดับหนึ่งโดยอัตโนมัติในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางนะครับ โดยจะจับคู่กับ ดาเล่ย์ บลินด์ หรือ คริส สมอลลิ่ง ไปตามสถานการณ์

        ขอโทษ!

        เกมล่าสุดขนาดหายเจ็บกลับมา พี่แกยังเบียดแย่งตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กจาก 2 คนนี้ไม่ได้เลย

        แผงหลัง 4 คน ตอนนี้ลงตัวไปแล้ว 3 ตำแหน่ง คือ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ในตำแหน่งแบ็กขวา และ ฟิล โจนส์ กับ มาร์กอส โรโฮ ในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฯ ขณะที่แบ็กซ้ายยังไม่เสถียรธรรมสถานสักเท่าไหร่ โดยเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาระหว่าง มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน, ดาเล่ย์ บลินด์ และลุค ชอว์

        ขณะที่มิดฟิลด์ตัวกลาง 3 คน ค่อนข้างชัดเจนว่ามี ไมเคิ่ล คาร์ริค, ปอล ป็อกบา และอันเดร์ เอร์เรร่า

        ศูนย์หน้าแน่นอนว่าเป็น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

        ส่วนตำแหน่งตัวรุกริมเส้น หรือกองหน้ากึ่งปีก เมื่อดูจากฟอร์มการเล่นและผลงานที่แสดงออกบนฟลอร์หญ้า หาก เฮนริค มคิทาร์ยาน ไม่ถูกอาการบาดเจ็บลักพาตัวไปก็น่าจะรับประกันตำแหน่งตัวจริงค่อนข้างแน่นอน

        เหลืออีกข้างที่ยังไม่ตายตัว เพราะฟอร์มการเล่นที่ขึ้นๆ ลงๆ ของผู้เล่น 3 คนอย่าง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด และฆวน มาต้า

        อ้าว!...แล้ว เวย์น รูนี่ย์ ล่ะ?

        เท่าที่ติดตามดูเหมือนผู้เป็นเจ้านายจะเลือกใช้ "เสี่ยหมู" ไปตามสถานการณ์ซะมากกว่า

        ตัวอย่างเช่นเกมล่าสุดที่ถูกถ่างออกไปเล่นเป็นกองหน้ากึ่งปีกซ้าย

        จึงพอจะสรุปในเบื้องต้นได้ว่าตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เหลือผู้เล่นอีกเพียงแค่ 2 ตำแหน่งเท่านั้นที่ยังไม่ลงตัว คือ "แบ็กซ้าย" กับ "ตัวรุกริมเส้น" (ข้างใดข้างหนึ่ง)

        เมื่อคุณค้นพบระบบการเล่น และ 11 ตัวจริงที่ลงตัว แล้วพยายามใช้อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถเปลี่ยนแปลงผู้เล่นบางตำแหน่งไปตามสถานการณ์เฉพาะหน้า สิ่งที่มักจะตามมาคือฟอร์มการเล่นอันสม่ำเสมอ

        ถ้าไม่เชื่อก็ดูตัวอย่างจาก เชลซี และนาทีนี้ได้เลย

        เมื่อ อันโตนิโอ คอนเต้ ค้นพบระบบการเล่นที่เหมาะสมอย่าง 3-4-3 รวมถึงนักเตะ 11 ตัวจริงที่ค่อนข้างจะตายตัว เชลซี ก็พุ่งทะยานไปข้างหน้า ด้วยชัยชนะ 10 เกมติดต่อกัน แถมนำโด่งในตำแหน่งจ่าฝูง

        เข้าใจว่า โชเซ่ มูรินโญ่ ก็กำลังพยายามทำอะไรแบบนั้นอยู่ เพียงแต่จังหวะมันยังไม่ค่อยเอื้ออำนวยสักเท่าไหร่

        16 นัดแรกผ่านไป ความจริงที่เกิดขึ้นตามหลักคณิตศาสตร์ คือพลพรรคปีศาจแดงชุดปัจจุบันยังสะสมแต้มได้น้อยกว่าทีมของท่านอาจารย์หลุยส์ในฤดูกาลแรกอยู่ 4 แต้ม

        แต่สิ่งที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า คือรูปแบบการเล่นที่มีความสร้างสรรค์ และดูสนุก-ไม่น่าเบื่อ

        เชื่อว่าผู้มีจิตศรัทธาในปีศาจแดงส่วนใหญ่ในโลกคงชอบทีมชุดปัจจุบันมากกว่า โดยคิดเหมือนกันว่าทีมชุดนี้เป็นทีมที่ดีกว่า 3 ฤดูกาลที่ผ่านมาอย่างแน่นอน

        รูปแบบการเล่นก็สามารถสร้างความน่าประทับใจในรูปทรงได้มากกว่า รวมถึงชื่นชอบและอยากเป็นกำลังใจให้ โชเซ่ มูรินโญ่ มากกว่า แม้แต้มและอันดับจะยังต่ำกว่าทีมของท่านอาจารย์หลุยส์ เมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน

        อย่างไรก็ตาม

        แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เคยเป็นมหาอำนาจเหมือนตายไปแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้ทำการฌาปนกิจ - วิญญาณล่องลอยออกจากร่างไปท่องเที่ยวอยู่ในนรกภูมิโดยยังหาทางกลับออกมาไม่ได้

        ผมตอบไม่ได้นะครับว่าพวกเขาจะหาทางกลับคืนสู่ร่างเดิมได้หรือเปล่า แล้วอนาคตจะเป็นเช่นไร แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดนี้จะกลับมายิ่งใหญ่ กลับชาติมาเกิดใหม่ หรือจะได้แชมป์พรีเมียร์ลีกอีกเมื่อไหร่?

        อย่างน้อยๆ มันก็มีความใกล้เคียงกับปีศาจแดงตัวเดิมที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยปลุกเสกขึ้นมามากที่สุด

        ...ว่าแล้วก็แอบยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย อิอิอิ

บอ.บู๋
ที่มา : สยามสปอร์ต

โพสต์ 2017-2-8 12:49:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ตอนนี้ฟอร์มเรอ่มดีขึ้นมาเรื่อย ๆ แล้ว กลับเข้าสู่เส้นทาง CL เสียดายช่วงต้นเสมอเยอะไปตอนนี้เลยค่อนข้างเหนื่อย แต่ก็เอาเหอะ ตอนนี้เราทำผลงานได้ดี แล้ว

แสดงความคิดเห็น

ใช่ครับเอาใจช่วยกันต่อไปครับ  โพสต์ 2017-2-14 11:36
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|Mobile|

GMT+7, 2017-6-29 00:22

Powered by Discuz! X3.2 R20140618, Rev.25

© 2001-2013 Comsenz Inc. Optimizer By Roz Studio.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้