เว็บบอร์ดแฟนแมนยู | ข่าวแมนยูล่าสุด, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ไฮไลท์แมนยู, Full Match, ภาพแมนยู, เด็กผี, ฟาน เพอร์ซี่, เด เกอา, RVP, รูนีย์, คากาวะ

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 474|ตอบกลับ: 7

ค่าโง่ 100 ล้านปอนด์???

[คัดลอกลิงก์]

                       
                                     
     ค่าตัวของ ปอล ป๊อกบา ไม่เพียงแต่จะทะลุหลัก 100 ล้านปอนด์ ราคามันยังกระฉูดแตกขึ้นเรื่อยๆ อีกต่างหาก

                               
        ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าถ้าการย้ายตูดครั้งนี้บังเกิดขึ้นจริงๆ ราคามันจะไปจบที่เท่าไหร่ เพราะดูเหมือนยิ่งปล่อยไว้นานเท่าไหร่ ราคามันก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

        ถามว่า "คุณป๊อก" ควรจะมีราคาแพงแบบมโหฬารขนาดนี้หรือเปล่า?

        ขอบอกว่าคำถามนี้สามารถตอบเป็นภาษาอังกฤษแบบสั้นๆ ได้เพียง 2 พยางค์

        "Porng tai"

        "Porng tai" อ่านว่า "พ้อง-ไท" หรือ "พ่อมึงตาย" นั่นแหละ

        คือยอมรับครับว่า เก่ง ครบเครื่อง อุดมด้วยคุณภาพ และเป็นผู้เล่นที่มีของ เพียงแต่คุณพี่เขาก็ไม่ใช่ดาวเตะระดับเทวดาอวตารที่มีความสามารถเฉพาะตัวสูงส่งสามารถเลี้ยงหลบคู่แข่งทีละ 4-5 คนแล้วเปิดป้อนให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูหรือถล่มตาข่ายด้วยตัวเอง เช่นเดียวกับไม่ใช่ผู้เล่นที่สามารถกระหน่ำยิงได้ฤดูกาลละ 30 ประตูเป็นอย่างต่ำ

        อย่างไรก็ตาม

        มันขึ้นอยู่กับความพอใจของทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย คล้ายๆ การเช่าพระเครื่องในเมืองพุทธนั่นแหละ

        ในเมื่อต้นสังกัดอย่าง ยูเวนตุส ตั้งราคาไว้ที่หลัก 100 ล้าน ใครอยากได้ก็ต้องจ่ายราคานี้

        ถ้าผู้ต้องการ "เอานะ" คิดว่ามันทุเรศเกินไป ไม่อยากจ่ายในราคานี้ ก็ไม่มีใครบังคับให้พวกเขาต้องยอมวอดวายสักหน่อย เพราะว่ากันตามตรง เงินมหาศาลขนาดนี้สามารถนำไปซื้อตัวดีๆ ได้ถึง 2-3 แถมอาจมีเงินเหลือด้วยซ้ำ

        แต่ในเมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด มองไปที่ ปอล ป๊อกบา แล้วซอยบั้นเด้าด้วยความเร็วสูงพลางคิดในใจว่า "กูจะเอาๆ" ด้วยมั่นใจแบบเต็มประดาว่ามันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า มันก็เป็นเรื่องความต้องการของ แมนฯ ยูไนเต็ด เอง

        ปัญหาคือ ปอล ป๊อกบา ดันเคยเป็นสมบัติของ แมนฯ ยูไนเต็ด มาก่อนน่ะซี่ย์ย์ย์ย์

        คือถ้าดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส ชุดรองแชมป์ ยูโร 2016 ผู้นี้ไม่เคยเป็นผู้เล่นของปีศาจแดงมาก่อน มันก็คงไม่มีใครคิดอะไรมาก เฉพาะอย่างยิ่งบรรดาเด็กผีที่รู้อยู่เต็มอกว่า "คุณป๊อก" เขาเคยเป็นผู้เล่นระดับดาวรุ่งของโรงเรียนลูกกรอกคะนองมาก่อน แต่เพราะความน้อยเนื้อต่ำใจบางอย่างของเจ้าตัวจึงทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องสูญเสียดาวรุ่งผู้นี้ไปแบบฟรีๆ

        การซื้อผู้เล่นเก่าในราคามหาศาลเกิน 100 ล้านปอนด์จึงนำมาซึ่งความกระอักกระอ่วนพอๆ กับตะขิดตะขวงใจ ประมาณว่าถ้าค่าตัวมันเว่อร์วังขนาดนี้ มึงเอาไปซื้อดาวเตะคนอื่นไม่ดีกว่าหรือครับ???

        เข้าใจครับว่าไม่ใช่เงินของพวกมึงสักหน่อย เพียงแต่ความรู้สึกมันบอกซ้ำๆ ว่า...รับไม่ดร้ายยยยย!!!

        พูดง่ายๆ ว่ามันเหมือน "เสียค่าโง่" อย่างไรไม่รู้ แถมเป็นค่าโง่ที่อาจรุนแรงพอๆ กับ "ค่าโง่ทางด่วน" หรือ "ค่าโง่รถดับเพลิง" ของบางประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซะอีก อิอิอิ

        ผมเลยพยายามค้นหาเหตุผลที่บอกว่าทำไม แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงยอม "เสียค่าโง่" เอ๊ย! ถึงยอมวอดวายให้ผู้เล่นที่เคยเป็นสมบัติของตัวเองแท้ๆ ในราคาที่มหาศาลขนาดนี้

        เผื่อว่าอัตราความกระอักกระอ่วนในใจมันจะได้ลดลงบ้างนะครับ

        ...

        1. อายุแค่ 23 เท่านั้น

        จุดนี้มีความหมายใหญ่ๆ อยู่ 2 ประการ

        หนึ่งคือสามารถใช้งานได้อีกนานเลยทีเดียว

        หนึ่งคือสามารถพัฒนาฝีเท้าให้สูงขึ้นได้อีก เพราะยังไม่ถึงช่วง "น้ำกระฉอก" ของการฟาดแข้ง

        นั่นหมายความว่าค่าพลังอาจพุ่งทะยานเหนือขีดจำกัด

        แล้วถ้าวันหนึ่ง ปอล ป๊อกบา สถาปนาตัวเองเป็นผู้เล่นมหาประลัยที่สุดในโลกจนสโมสรโรคจิตอย่าง เรอัล มาดริด ต้องเหวี่ยงสายตามามองพร้อมทำจมูกบานเข้า-บานออก แน่นอนว่าพวกเขาก็ต้องจ่ายค่าเสียหายให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มากกว่า 150 ล้านปอนด์

        เรียกว่าได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง คือได้ใช้จนคุ้มด้วย แถมขายได้กำไรอีกต่างหาก

        2. ประกาศศักดา

        หลังจากนั่งเบียดกับความตกต่ำมา 3 ฤดูกาลติดต่อกัน นับตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อำลาตำแหน่งพ่อใหญ่แห่ง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด - ความเป็นหนึ่งในตองอูของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ดูจะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ

        แชมป์พรีเมียร์ลีกก็ไม่ได้ลุ้น - ฤดูกาลหน้าก็ไม่ได้ไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

        แต่การกระชากดาวเตะระดับโลกอย่าง ปอล ป๊อกบา มาร่วมทีม อย่างน้อยมันแสดงให้เห็นว่าทั้งชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงแข็งแรงมาก เรียกว่าตูข้ายังเป็นทีมยอดนิยมระดับมหาชนอันดับหนึ่งของเมืองมนุษย์อยู่นะ

        คิดดูสิครับ - ขนาดไม่ได้ไปเล่นในถ้วยใหญ่ยุโรป แมนฯ ยูไนเต็ด ยังสามารถดูดดาวเตะตีนพระกาฬระดับนี้มาร่วมทีมได้แบบสบายๆ

        ที่สำคัญคือ 100 ล้านปอนด์ ไม่ใช่ปัญหาของทีมที่ร่ำรวยที่สุดทีมหนึ่งอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่แล้ว มันขึ้นอยู่กับว่า...กูอยากจะใช้หรือเปล่าเท่านั้นเอง เพราะถ้าอยากจะใช้จริงๆ มันก็ไม่ได้สะทกสะท้านหรือสะเทือนท้องพระคลังอะไร นั่นเพราะ "กูรวย" เงินกูเยอะ กูมีเหลือๆ เข้าใจไหม-ได้ยินไหม

        อนึ่ง คนรวยทำอะไรไม่น่าเกลียด

        เมื่อก่อน แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เคยใช้เงินซื้อตัวผู้เล่นเพียงคนเดียวมากขนาดนี้ (สถิติสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 60 ล้านปอนด์ของ อังเคล ดิ มาเรีย) เพียงแต่ความตกต่ำมันบอกพวกเขาว่าตอนนี้จำเป็นต้องแสดงแสนยานุภาพแห่งความมั่งคั่งของตัวเองออกมาบ้างแล้วล่ะ

        เท่านั้นไม่พอ

        เงิน 100 ล้านปอนด์ สำหรับสโมสรฟุตบอลอย่างปีศาจแดง เดี๋ยวก็ได้คืนครับ

        ปัจจุบัน แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ค่าโฆษณาจาก อาดิดาส ปีละ 75 ล้านปอนด์ - เชฟโรเล็ตต์ อีกปีละ 50 ล้านปอนด์ แล้วไหนจะสปอนเซอร์ตัวอื่นๆ อีกมากมายก่ายกอง

        เอาแค่รายได้จากการขายเสื้อของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, เฮนริค มคิตาร์ยาน และปอล ป๊อกบา 3 คนรวมกันก็บานตะไท

        ค่าตัว 100 ล้านปอนด์ คงไม่ทำให้ขนหน้าแข้งของตระกูล เกลเซอร์ มันร่วงไปสักเท่าไหร่หรอกคุณ

        3. เติมเต็ม

        สไตล์การซื้อตัวผู้เล่นของ โชเซ่ มูรินโญ่ คือเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ

        เจ้าของสมญา "เดอะ สเปเชี่ยลวัน" ต้องการผู้เล่นที่เขาต้องการหรืออยากได้จริงๆ เรียกว่าขอแบบเน้นๆ ในตำแหน่งที่คิดว่าซื้อมาแล้วเล่นได้เลย หรือซื้อมาแล้วสามารถช่วยทีมให้แข็งแกร่งขึ้นในฉบับพลัน โดยไม่ต้องเสียเวลามาทดสอบ หรือมาลองผิด-ลองถูก หรือซื้อมาปั้น

        สามปีที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด บรรลัยไปกว่า 250 ล้านปอนด์ในการซื้อตัวผู้เล่นในรูปแบบของการหว่าน กลับได้มาแค่ถ้วย เอฟเอ คัพ เพียงใบเดียว แบบนี้สู้ซื้อผู้เล่นที่ต้องการจริงๆ ในราคาแพงๆ ไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ

        นอกจากนี้ตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางคือตำแหน่งที่ แมนฯ ยูไนเต็ด พยายามตามล่า แต่หาไม่เจอมาเป็นเวลานาน คือนับตั้งแต่หมดยุคของ รอย คีน กับ พอล สโคลส์ หรือนับตั้งแต่ที่ ไมเคิ่ล คาร์ริค โรยราใกล้หมดสภาพ พวกเขาก็ยังไม่เคยเจอคนที่ใช่ในบทบาทเป็นขุมพลังขับเคลื่อนเกมในแดนกลางเลยสักคน

        แล้วผู้เล่นในตำแหน่งนี้ที่ดีที่สุด ณ นาทีนี้ คือใครล่ะ?

        แน่นอนว่าการมาของดาวเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกคนนี้ย่อมเพิ่มความบริบูรณ์แบบให้ แมนฯ ยูไนเต็ด จากขุมกบาลของ โชเซ่ มูรินโญ่ ในโครงการไล่ล่าความสำเร็จกลับคืนมา

        อีกไม่นานเกินรอหรอกครับท่าน

        เดี๋ยวเราก็จะรู้เองนั่นแหละว่าไอ้เงินกว่า 100 ล้านปอนด์ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยอมวอดวายเพื่อลากผู้เล่นเก่าของตัวเองกลับมานั้นจะเป็นค่าโง่หรือเป็นการลงทุนที่สุดคุ้มค่า

"บอ.บู๋"
ที่มา : สยามสปอร์ต

โพสต์ 2016-7-17 19:10:37 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ผมว่ามันขึ้นกับแผนการทำทีมของมูนะครับ ถ้าพอลสำคัญก็ต้องเอามา ถามว่าตอนปีที่เราได้ทรีเบิล คีนกับสโคลส์สำคัญขนาดไหน ถ้าขาดไปซักคนเราจะได้มั้ย ถ้าตีเป็นตัวเงินในปัจจุบันราคาคงไม่ต่างกันมากนัก เผลอๆหนักกว่า
ปีก่อนมูก็อยากได้พอล ถ้าเค้าดึงไปได้จริง เชลซีอาจไม่สาหัสอย่างนั้น ตอนนี้มูอาจพระเจ้าที่นั่นไปแล้ว
เรื่องพอลขอให้เป็นแผนของมูแหละครับ ถ้าจำเป็นมากเค้าต้อง force ให้เอ็ดไปเอามาอยู่แล้ว ส่วนเรื่องราคามันเป็นเรื่องของการตลาดล้วนๆครับ

แสดงความคิดเห็น

เห็นด้วยครับ  โพสต์ 2016-7-18 09:39
โพสต์ 2016-7-19 06:37:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ควรซื้อตัวแบบเน้นๆเอาตัวที่อยากจะเป็นการดีสุด
แต่ในความอยากนั้นต้องมีความมั่นใจแบบ100%
ว่านักเตะค่าตัวแพงที่ว่ามันสามารถตอบโจทย์ได้
จะถูกหรือแพงสำคัญว่ามันใช่เอาคุณภาพไม่เน้น
ปริมาณ

แสดงความคิดเห็น

ใช่เลยครัช  โพสต์ 2016-7-21 10:00
โพสต์ 2016-7-20 15:14:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เอาน่าเงินสโมสรเค้า ทำเหมือนไปลงหุ้นกะเเค้า เล่นดีก็รออวย เล่นห่วยก็รอด่า

แสดงความคิดเห็น

555555ตามนั้น  โพสต์ 2016-7-21 10:01
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|Mobile|

GMT+7, 2017-9-23 21:40

Powered by Discuz! X3.2 R20140618, Rev.25

© 2001-2013 Comsenz Inc. Optimizer By Roz Studio.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้